คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เยือน NUS Law เสริมสร้างความร่วมมือด้าน Clinical Legal Education และ Pro Bono สู่การยกระดับบทบาททางกฎหมายระดับนานาชาติ

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดยรองศาสตราจารย์วนิดา แสงสารพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ได้เดินทางไปยัง Faculty of Law, National University of Singapore (NUS Law) สาธารณรัฐสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการกับ Centre for Pro Bono and Clinical Legal Education (CPBCLE) ซึ่งเป็นศูนย์ชั้นนำระดับนานาชาติด้านการจัดการเรียนการสอนกฎหมายเชิงปฏิบัติ (Clinical Legal Education) และการให้บริการทางกฎหมายเพื่อสาธารณะ (Pro Bono)
การเดินทางในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองสถาบัน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษากฎหมาย การพัฒนางานวิจัย และการเสริมสร้างการเข้าถึงความยุติธรรมของสังคมในระดับภูมิภาค โดยคณะผู้แทนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก Ms. Sonita Jeyapathy ผู้อำนวยการพร้อมด้วยผู้บริหารและทีมงานของศูนย์

สาระสำคัญของการหารือ
การประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) และการกำหนดกรอบความร่วมมือในประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. การพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Clinical Legal Education
  2. การดำเนินงานด้าน Pro Bono และการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรม (Access to Justice)
  3. ความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนางานวิจัยเชิงนโยบาย (Policy-oriented Research) ตลอดจนการกำหนดโจทย์วิจัยร่วมในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในบริบทอาเซียนและลุ่มน้ำโขง
  4. การแลกเปลี่ยนนักศึกษาและการฝึกอบรมการจัดทำ Clinical Exchange Programs และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติด้านกฎหมายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์วิชาชีพ

ผลจากการหารือนำไปสู่การออกแบบความร่วมมือระหว่างทั้งสองสถาบันอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต ครอบคลุมทั้งในระดับหลักสูตรและการเรียนการสอน ระดับองค์กรและยุทธศาสตร์ ตลอดจนระดับสังคมโดยสนับสนุนเป้าหมายของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการพัฒนาไปสู่การเป็น ศูนย์กลางทางกฎหมายระดับภูมิภาค (Regional Legal Hub) พร้อมทั้งเสริมสร้างความสอดคล้องกับแนวคิด “Law for All” และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะ SDG 16: Peace, Justice and Strong Institutions รวมถึงการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ ตลอดจนการส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนอย่างทั่วถึง และสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการให้บริการทางกฎหมาย (Legal Aid) ที่มีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงสังคมอย่างยั่งยืน

การประชุมหารือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ อันจะเสริมสร้างศักยภาพของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเป็นผู้นำทางวิชาการด้านกฎหมายในระดับภูมิภาคและนานาชาติ